ศึกชิงหัวใจจ้าวมังกร
ตอนที่26
ข้อแม้ที่แลกด้วยร่างกาย
ดวงตาเรียวลืมตาขึ้นมาอีกครั้งท่ามกลางความมืดที่ปกคลุมเมื่อได้ยินเสียงลมหายใจแผ่วสม่ำเสมอของซิ่วหมินที่หลับลงไปแล้วเฉินจึงค่อยๆยันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างช้าๆและเดินออกไปจากตัวเรือนด้วยฝีเท้าเงียบเชียบ
ชายหนุ่มเดินไปตามทางที่อี้ชิงนั้นบอกไว้ไม่นานนักก็เห็นแสงสีฟ้าอ่อนๆลอยวนเต็มบริเวณพื้นที่ไปเสียหมดชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงขอนไม้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนๆนั้นเป็นใคร
เสียงใบไม้ที่เฉินเหยียบย่ำทำให้คนที่แหงนมองสิ่งสวยงามภายในป่าค่อยๆหันมาอย่างช้าๆ
อี้ชิงฉีกยิ้มกว้างและค่อยๆผายมือให้เฉินนั้นเดินเข้ามาหาและจับมือเขาไว้
แต่ทว่าอี้ชิงกลับโดนฝ่ามือเรียวปัดออกไปดังเพียะ!
แต่อี้ชิงก็ไม่ได้รู้สึกโกรธอะไรกลับหัวเราะในลำคอเสียงเบาจนตาหยี
“เจ้ามาช้านะ”
น้ำเสียงหวานเอ่ยพลางระบายยิ้มออกมาก่อนจะหันไปทางสระน้ำที่ไม่ใหญ่มากนัก
เฉินมองไปที่สระซึ่งมีหินล้อมรอบภายในน้ำมีดอกบัวขึ้นแซมอยู่ประปลายและน้ำก็เกิดเป็นแสงสีฟ้าอ่อนๆจนสมารถมองเห็นข้างใต้ของน้ำซึ่งเป็นผลึกสีฟ้าอยู่ข้างใต้นั้นรู้สึกแปลกตาไม่น้อยที่ได้พบเจออะไรที่แปลกเช่นนี้
“มานั่งนี่สิ”
อี้ชิงตบที่นั่งข้างๆเขาเพื่อให้เฉินเข้ามาใกล้หลังจากที่ชายหนุ่มเอาแต่ยืนนิ่งเงียบอยู่นานสองนาน
“ท่านจะทำอะไรก็รีบทำเสียเถอะ”
น้ำเสียงแข็งเอ่ยพลางปลดเปลื้องเสื้อตัวนอกของตนเองออก
อี้ชิงเลิกคิ้วพลางยกมือป้องปากหัวเราะออกมาเสียงเบายิ่งทำให้คนที่ถูกหัวเราะทำสีหน้ายุ่งจนคิ้วผูกกันเป็นปม
“อย่ารีบร้อนสิข้าไม่ใช่คนที่มักมากในตัณหาเสียหน่อยมานั่งข้างๆข้า”
ไม่พูดเปล่ายังตบที่นั่งข้างๆของตัวเองอีกครั้งและหันไปมองเบื้องหน้าตามเดิม
เฉินจึงถอนลมหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยหน่ายก่อนจะเดินเข้าไปนั่งตามคำสั่งของอี้ชิง
ดวงตาเรียวจ้องมองไปข้างหน้าซึ่งมีเเสงสีฟ้าลอยวนราวกับหิ่งห้อยแต่ถ้าหากเพ่งมองดีๆแล้วล่ะก็มันคือเด็กผู้หญิงที่มีปีกแมลงปอติดอยู่ที่หลังกำลังบินวนเล่นละอองน้ำของผลึกข้างใต้ที่พวยพุ่งขึ้นมาเป็นเงาจางๆเมื่อมองไปนานๆก็รู้สึกเพลินตาจนไม่อาจละไปไหน
“สวยใช่ไหมล่ะข้าเคยคิดว่าสักวันหนึ่งข้าจะมีเพื่อนร่วมดูสักครั้ง”
เฉินหันไปทางอี้ชิงที่ระบายยิ้มบางๆจ้องมองสิ่งเหล่านั้นไม่วางตาเมื่อรู้สึกว่าเฉินหันมาอี้ชิงจึงหันมาสบตาบ้าง
รอยยิ้มอ่อนโยนยิ้มให้เฉินจนตาหยีทำให้คนที่ถูกมอบรอยยิ้มต้องรีบหันหนีไปทางอื่นเพราะรู้สึกใจเต้นเมื่อเห็นรอยยิ้มนั้นที่ยิ้มออกมา
“ไม่สวยหรือ
หืม” อี้ชิงชะเง้อหน้าเข้ามามองเฉินใกล้ๆยิ่งทำให้เฉินนั้นทำตัวไม่ถูกนัก
“อะ
อืมก็สวยดี” น้ำเสียงตะกุกตะกักเอ่ยพลางหันใบหน้าหนีอี้ชิงที่แกล้งยื่นหน้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
แต่อี้ชิงกลับชอบใจค่อยๆเขยิบเข้าหาชายหนุ่ม
ฝ่ามือเรียวเอื้อมจับมือของเฉินและกอบกุมเอาไวแน่นและเอื้อมมืออีกข้างจับใบหน้าของชายหนุ่มให้หันมาสบตา
ดวงตาของอี้ชิงและเฉินค่อยๆมองกันอย่างอ้อยอิ่งอี้ชิงค่อยๆโน้มใบหน้าเข้าหาเฉินอย่างช้าๆและกดจูบไปที่ริมฝีปากบางที่ไม่ขัดขืน
ลมหายใจอ่อนๆที่เป่ารดทำให้เฉินรู้สึกแปลกๆและหลับตาลงรับสัมผัสที่อี้ชิงมอบให้เมื่อตนเตรียมตัวเตรียมใจที่จะรับสัมผัสนี้
อี้ชิงค่อยๆปลดเปลื้องเสื้อผ้าของชายหนุ่มออกอย่างช้าๆจนสาบเสื้อนั้นตกไปกองอยู่ที่เอวแกร่งเผยให้เห็นผิวกายรูปร่างกำยำได้สัดส่วนของคนที่ฝึกอาวุธเป็นเวลานาน
ยามเมื่อฝ่ามือลูบไปตามผิวกายที่ไม่แข็งมากของชายหนุ่มอี้ชิงก็ยิ่งรู้สึกอยากรู้จักร่างกายนี้ให้มากขึ้น
ดวงตาจ้องมองดวงตาเรียวที่มีขนตายาวเป็นแพชวนมองยามเมื่ออยู่ใกล้ๆ
เมื่ออี้ชิงผละริมฝีปากออกมาและชายหนุ่มหอบหายใจเล็กน้อยดวงตาเรียวค่อยๆช้อนดวงตาขึ้นมองอี้ชิงยิ่งหัวใจเต้นไม่เป็นระสำสองแขนช้อนร่างของเฉินเข้าสู่อ้อมกอดทันที
“ท่านจะทำอะไรน่ะ”
เฉินร้องด้วยความตกใจเมื่ออยู่ๆอี้ชิงก็อุ้มเขาจนตัวลอยทำราวกับว่าเฉินนั้นเป็นผู้หญิงรู้สึกไม่ชอบใจเลยสักนิดเมื่อถูกกระทำเช่นนี้
แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มที่กรุ้มกริ่มก็ต้องเงียบเสียงลงและหันใบหน้าไปทางอื่นมองไปทางสระน้ำที่อี้ชิงค่อยๆพาร่างของเขาเดินเข้าไปใกล้เรื่อยๆและค่อยๆหย่อนตัวลงไปในสระน้ำอย่างช้าๆจนรับรู้ความเย็นยะเยียบของน้ำที่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง
“เย็นหรือ”
อี้ชิงเอ่ยถามเมื่อเห็นสีหน้าของเฉินที่ขมวดคิ้วยุ่งและตัวแข็งทันทีที่ลงมาในสระ
“ทำไมมันถึงได้เย็นเช่นนี้”
เฉินพูดพลางมองลงไปข้างล่างซึ่งเป็นผลึกสีฟ้าเหมือนก้อนน้ำแข็ง
“นี่เป็นผลึกเยือกแข็งข้าใช้ที่นี่ฝึกสมาธิและเป็นการฝึกกายให้แข็งแกร่งเช่นไรล่ะ”
อี้ชิงพูดพลางยิ้มหวานเมื่อเฉินหันมามอง และค่อยๆปล่อยให้เฉินนั้นยืนลงไปในน้ำ
ยิ่งฝ่าเท้าเหยียบสัมผัสไปที่ผลึกเฉินก็ต้องขมวดคิ้วยุ่งเมื่อความเย็นนั้นแล่นไปตามกระดูกขึ้นมาถึงไขสันหลังรูขุมขนตั้งชันและรู้สึกแข็งจนไม่อาจขยับตัว
กลีบปากบางถูกบดเบียดอีกครั้งอย่างเร่าร้อนจนเฉินนั้นตั้งตัวไม่ทัน
ดวงตาเรียวสบตาเข้าด้วยกันเมื่อทั้งคู่ต่างก็รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้มือเรียวปัดป่ายไปตามผิวกายกำยำของเฉินไล่ลงจากแผ่นหลังไปถึงเอวมนของชายหนุ่ม
“ปลดเสื้อข้าสิ” คำกระซิบสั่งเสียงแหบพร่าเอ่ยสั่งพลางขบเม้มไปที่ติ่งหูชายหนุ่มนิ่วหน้าเล็กน้อยแต่ก็ทำตามคำสั่ง
เสื้อผ้าของอี้ชิงค่อยๆถูกปลดออกไปอย่างช้าโดยที่กลีบปากของอี้ชิงกำลังจูบไล่ไปตามลำคอแกร่ง
ความหนาวเย็นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนไปความร้อนที่สุมอยู่ในตัวเมื่อร่างกายของทั้งคู่ต่างแนบชิดกันและกันจนไม่มีช่องว่างหลงเหลือกลีบปากอี้ชิงบดเบียดเข้าหาราวกับโหยหาความวาบหวามมาเนิ่นนาน
เฉินปลือตามองใบหน้าของอี้ชิงที่กำลังเกี่ยวกระหวัดลิ้นของตนภายในโพรงปากอย่างหิวกระหายรู้สึกแปลกใจทั้งๆที่ภายนอกดูอ่อนโยนแต่เมื่อถึงเวลาที่ร่วมรักกลับร้อนแรงเสียจนเขาตั้งตัวไม่ทัน
ความเงอะงะไม่เคยร่วมรักกับใครทำให้เฉินนั้นอ่อนปวกเปียกปล่อยให้คนตรงหน้ากระทำกับร่างกายตามใจชอบน้ำที่สูงเหนือเอวคอยชโลมเบื้องล่างไม่ให้เจ็บปวดยามเมื่อนิ้วเรียวของอีกคนกำลังสอดใส่เพื่อเปิดช่องทางไม่ให้เฉินต้องเจ็บปวดมากหากต้องรับแก่นกายที่แข็งขืน
“อือ”
เฉินนิ่วหน้าและกอดอี้ชิงเอาไวแน่นจนร่างกายนั้นแนบชิดเมื่อนิ้วเรียวค่อยๆสอดเข้าไปทีละนิ้วภายในโพลงที่คับแคบกลีบปากกดจูบดูดซับน้ำตาของเฉินที่ไหลปริ่ม
เคยบาดเจ็บมาก็บ่อยครั้งแต่ไม่มีครั้งใดเลยที่เจ็บมากขนาดนี้
“เจ็บหรือหืม”
คำกระซิบแหบพร่าเอ่ยถามพลางยกยิ้ม เฉินที่ปลือตามองอี้ชิงคิ้วขมวด
มองอย่างไม่สบอารมณ์นักเมื่อถูกถามเช่นนี้หากไม่ลองดูบ้างก็คงไม่รู้หรอกว่ามันเจ็บถึงเพียงไหนแต่อี้ชิงก็พอจะรู้อยู่ว่าเฉินนั้นกำลังก่นด่าอี้ชิงอยู่ในใจเอาจึงดึงนิ้วออกและพาร่างของเฉินไปนั่งที่ขอบสระ
“จะทำอะไรน่ะ”
เฉินมองอี้ชิงด้วยความฉงนเมื่อใบหน้าคมเงยหน้ามองเขาพลางยกยิ้มมือเรียวจับแก่นกายที่อ่อนปวกเปียกเมื่อมือเย็นๆแตะสัมผัสก็สะดุ้งเล็กน้อยเบิกตามองอี้ชิงที่ก้มลงใช้ปากครอบงำแก่นกายของตนเอาไว้
“อือ
อือ” เฉินยกมือปิดปากและแอ่นตัวไปด้านหลังเมื่อแก่นกายกำลังถูกดูดเม้มด้วยโพรงปากนิ่มความรู้สึกปวดหนึบและกระสันทำให้แก่นกายของตนแข็งขืนรู้สึกดีและรู้สึกปวดไปพร้อมๆกันยิ่งอี้ชิงดูดดันขึ้นลงไปมายิ่งทำให้ภายในอกยิ่งปั่นป่วนรูขุมขนตั้งชันไปถึงใบหน้า
“อา”
เสียงกระเส่าครางออกมาเมื่อถึงขีดสุดอี้ชิงโลมเลียน้ำหวานของคนตรงหน้าจนหมดและเงยหน้ายิ้มให้แก่ชายหนุ่มที่หอบหายใจหนักมองอี้ชิงด้วยแววตาที่หยาดเยิ้ม
“แค่นี้เหนื่อยแล้วหรือ”
เฉินกลืนน้ำลายลงคอพลางแยกเขี้ยวใส่เมื่อถูกคำพูดน้ำเสียงติดดูถูกเล็กน้อยของอี้ชิง
อ้อมแขนบางโอบกอดอี้ชิงที่อยู่ตรงหน้าและประกบจูบริมฝีปากบดเบียดคืนไปบ้างเพื่อระบายอารมณ์ที่ตกเป็นรองจนรับรู้ถึงกลิ่นคาวรสหวานยังคงเจือจางอยู่ในกระพุ้งแก้มของอี้ชิง
ยิ่งเห็นท่าทีของเฉินที่เปลี่ยนเป็นรุกเข้ามา
อี้ชิงก็ยิ่งยกยิ้มและดุนดันตอบโต้โดยที่ไม่มีใครยอมใครลิ้นหนาเกี่ยวกระหวัดภายในโพรงปากยิ่งเพิ่มความกระสันให้ทั้งคู่ให้แก่นกายยิ่งแข็งขืน
แววตาที่ดื้อรั้นฉายแววออกมาเมื่ออี้ชิงผละริมฝีปากของเฉินยิ่งทำให้อี้ชิงนั้นพึงพอใจและรู้สึกอยากปราบเด็กดื้อคนนี้ให้อยู่หมัดมือเรียวตะปบไปที่เอวมนและจับให้หันหลังโดยที่ชายหนุ่มไม่ทันตั้งตัว
“ท่านจะทำอะไรน่ะ”
เฉินร้องด้วยความตกใจเมื่ออยู่ๆก็ถูกดันสะโพกมนขึ้น
อี้ชิงกอดชายหนุ่มจากทางด้านหลังจนแนบชิดและโน้มใบหน้ากระซิบที่ข้างหูของเฉินที่หันมาแหวสียงใส่
“แล้วสามีภรรยาเขาทำกันเช่นไรเล่า
หึหึ” น้ำเสียงหัวเราะหึในลำคอของอี้ชิงที่หัวเราะเสียงกดต่ำยิ่งทำให้เฉินนั้นหน้าแดงเถือกทันทีที่ได้ฟัง
แก่นกายที่ใหญ่เกินกำลังๆรุกล้ำเข้ามาในโพรงที่คับแคบอย่างช้าๆ
“อา
อา!” ความรู้สึกเจ็บเหมือนจะฉีกขาดทำให้ร่างกายของตนเองอ่อนยวบฝ่ามือเรียวของคนข้างหลังเอื้อมมาจับและรูดคลึงปลุกอารมณ์ให้กลับคืนมาใบหน้าเรียวถูกจับให้หันกลับมารับริมฝีปากของอี้ชิงและกดจูบดูดเม้มร้อนแรงเพื่อสร้างอารมณ์ให้รู้สึกกระสัน
เฉินนิ่วหน้าเมื่อแก่นกายของอี้ชิงกำลังดันเข้ามาด้านในอย่างช้าๆและพรวดพลาดเข้ามาจนมิดด้าม
“อ๊า!”
เสียงหวานครางลั่นเมื่อถูกกระแทกกระทั้นเข้ากับจุดสยิว
ยิ่งได้ฟังเสียงหวานอี้ชิงก็ยิ่งกระทำเช่นนั้นอีกครั้งเฉินที่พยายามปิดปากมิให้เสียที่น่ารังเกียจนั้นเล็ดลอดออกมาแต่ก็ถูกอี้ชิงดึงแขนมาไพล่หลังและกระแทกกระทั้นอย่างไม่ปราณีเสียงครางอื้ออึงจากชายหนุ่มแว่วเสียงไปตามป่าที่เงียบสงบลมหายใจหอบหนักของทั้งคู่ประสานเร่าร้อนดังไฟสุมในเวลานี้ความเย็นของผืนน้ำก็ไม่อาจบรรเทาความร้อนของทั้งคู่ลงได้
ขาเรียวถูกยกขึ้นจนสายน้ำเข้าไปยังด้านในยิ่งทำให้เฉินนั้นรู้สึกแปลกและปั่นป่วน
เสียงสายน้ำที่กระทบเข้าหายามเมื่ออี้ชิงกระแทกกระทั้นยิ่งเพิ่มความรู้สึกใคร่ให้แก่ผู้กระทำ
อี้ชิงจับกายของเฉินให้เอี้ยวตัวหันมาหายิ่งทำให้ชายหนุ่มนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
ดวงตาเรียวปลือมองพลางแยกเขี้ยวใส่จ้องเขม็งไปทางอี้ชิงอย่างคาดโทษแต่มีหรืออี้ชิงจะกลัวกลับโน้มหน้าเข้าหากลีบปากบดเบียดและกระแทกใส่เพื่อแกล้งแหย่คนเบื้องล่างเพื่อให้ปั่นป่วนเล่น
เสียงอือในลำคอยิ่งทำให้อี้ชิงนั้นรู้สึกสนุกที่ได้แกล้งชายหนุ่มที่คิดจะขืนเขา
“อืมข้า
ข้าไม่ไหวแล้ว” น้ำเสียงหวานแหบพร่างเอ่ยร้องเมื่อแก่นกายนั้นแข็งขืนจนถึงขีดสุด
“ข้าเองก็เช่นอือ”
สิ้นสุดคำพูดอี้ชิงยิ่งกระแทกกระทั้นใส่ร่างชายหนุ่มอย่างไม่ถนุถนอมยิ่งเฉินร้องครางยิ่งกระทำรุนแรงและหนักหน่วงจนกระทั่งชายหนุ่มที่อยู่เบื้องล่างอดทนต่อไปไม่ไหวคราง
“อ๊า!” ออกมาและปลดปล่อยน้ำสีขาวออกมาพร้อมๆกับอี้ชิงที่ปล่อยน้ำรักเข้าไปในร่างของชายหนุ่ม
น้ำเสียงหอบเหนื่อยของทั้งคู่ประสานเสียงแทบจะเป็นจังหวะเดียวกันอี้ชิงโอบกอดร่างที่ตนฝังไว้ให้เข้ามาซบพักกายที่ไหล่แกร่ง
เฉินนั้นหมดแรงเมื่อทั้งวันเขาต้องเดินทางมาไกลแสนไกลและต้องมารับศึกที่หนักหน่วงและปั่นป่วนเช่นนี้ร่างกายของเขานั้นแทบไม่มีแรงหลงเหลือไม่ว่าอี้ชิงจะจับเขาทำอะไรชายหนุ่มนั้นไม่มีทีท่าว่าจะขัดขืนเลยสักนิด
“เหนื่อยแล้วหรือหืม”
น้ำเสียงทุ้มหวานเอ่ยถามพลางขบเม้มไปที่ลำคอของเฉินเบาๆเพื่อเป็นการกระตุ้นให้ชายหนุ่มนั้นตื่นตัว
“ปล่อยพอแล้ว”
เฉินพยายามยกมือที่อ่อนแรงผลักอกของอี้ชิงให้ออกห่างและถอดแก่นกายที่เริ่มจะแข็งขืนอีกครั้งใบหน้าขาวเริ่มแดงระเรื่อเมื่อรู้สึกว่าอี้ชิงนั้นยังคงตื่นตัวและยังคงยึดเอวของตนให้แนบชิดอยู่
“หึ”
น้ำเสียงหัวเราะกดต่ำทำให้เฉินนั้นเงยหน้าสบตาเมื่อเห็นแววดตาที่กรุ่มกริ่มและกระหายในการร่วมรักเฉินนั้นรู้สึกหนาวๆร้อนๆเมื่อตนรู้ตัวว่าอี้ชิงคงไม่ยอมถอดกายออกไปจากตนง่ายๆ
เมื่อกลีบปากของอี้ชิงโน้มเข้ามาหาและบดเบียดเข้ากับกลีบปากของตนเฉินจึงทุบปักไปที่ไหล่แกร่งของอี้ชิงด้วยความรู้สึกหงุดหงิดใจเมื่อค่ำคืนนี้ตนต้องปล่อยให้ตาแก่หื่นกามคนนี้กระทำกับร่างกายของตนจนกว่าจะหนำใจและอ่อนแรงไปตามๆกัน...
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น